เชิดชูเกิยรติศิลปิน

ครูจำเรียง พุธประดับ

ศิลปินแห่ง ชาติ สาขาศิลปะการแสดง ( นาฏศิลป์ – ละคร ) ปี พ.ศ. ๒๕๓๑

  • ประวัติส่วนตัว

ครูจำเรียง พุธประดับ เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๙ ณ ตำบลท่าทราย อำเภอ กระแซง จังหวัดเพชรบุรี บิดาชื่อ นายเปี่ยม มารดาชื่อ นาง เจิม ปัจจุบันตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านเลขที่ ๑๓ ซอย ศรีสุกรี ถนนสุขุมวิท ๗๑ คลองตัน กทม . 

  • ประวัติการศึกษา

ครูจำเรียง พุธประดับ สำเร็จการศึกษาชั้นประถม ศึกษาจากโรงเรียนประจำจังหวัดเพชรบุรี เมื่ออายุเพียง          ๑๓ ขวบโดยไม่ยอมเรียนต่อในชั้นสูงขึ้นไป และหันมาฝึกฝนวิชานาฏศิลป์ไทย ทั้งนี้เพราะ ในระหว่างที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำจังหวัด เพชรบุรีนั้น เวลาปิดเทอมทุกครั้งไปได้มีโอกาสเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อไปเยี่ยมญาติซึ่งเป็นข้าราชบริพารรับใช้เบื้องยุคลบาทในวังสวนกุหลาบ ได้เห็นการฝึกหัดโขนหลวงและละครหลวง บริเวณเรือนไทยในวังสวนกุหลาบ ทั้งศัพท์เสียง สำเนียง เครื่องดนตรีที่ดีดสีตีเป่าดังสนั่นหวั่น ไหว เสียงขับร้องเพลงไทย เสียงตบมือกระทืบเท้า เคาะ จังหวะและเสียงขับลำทำบทของครูและ ลูกศิษย์ดังอยู่ไม่ขาดระยะ ทำให้นางสาว จำเรียง เกิดความรู้สึกสนใจในการร้องรำ มากจึงขออนุญาตบิดามารดาเข้ารับการฝึกหัด ละครโดยไม่ยอมศึกษาวิชาสามัญชั้นสูงต่อไป

  • ประวัติการรับราชการ

ครูจำเรียง พุธประดับ ได้เข้ารับราชการในกรมปี่พาทย์หลวง กระทรวงวัง และได้รับคัดเลือกไห้ฝึกหัดละครหลวงเป็นตัวนางในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ รับพระราชทานเงินเดือนๆ ละ ๖ บาท  ได้เบี้ยเลี้ยงวันละ ๑๐ สตางค์ โดยเป็นศิษย์ในความปก ครองของเจ้าจอมมารดาสาย และคุณจอมละม้าย                 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครูผู้ช่วยฝึกหัดละครคือ ครูศิริ ครูจุไร สุวรรณทัต เริ่มฝึกหัดรำเพลงช้า เพลงเร็ว เชิด เสมอ หัดนั่ง หัดรำในท่านาฏศิลป์ เช่น นั่งกระทบจังหวะ เพื่อให้รู้จักจังหวะ หัดรำร่าย กล่อมตัว กล่อม หน้า กล่อมไหล่ ตีไหล่ ตีแง้ศีรษะ ฯลฯ เพื่อให้ รู้จักการใช้อวัยวะต่างๆ ก่อนที่จะหัดรำ                      ใช้บทและตีบทต่อไป

จากนั้นก็หัดร้องและตีบทตามบทละครที่เป็นคำ กลอนประเภทละครนอกละครใน ซึ่งเป็นท่าที่ดัด แปลงจากธรรมชาติให้สวยงาม เป็นลีลาท่านาฏศิลป์ เช่น บทไป มา ท่าโกรธ ท่ารัก ท่าอาย ท่า เดิน ท่าคลาน ท่าหมอบกราบ เป็นต้น เมื่อหัดตีบท รำใช้บทได้ดีแล้ว จึงเริ่มหัดรำเป็น หมู่ ได้แก่ระบำสี่บทซึ่งเป็นแบบมาตรฐาน เพลง ที่ร้องและท่ารำค่อนข้างยากมาก ( ปัจจุบัน อยู่ในหลักสูตรของนักเรียนนาฏศิลป์ชั้นสูงของ วิทยาลัยนาฏศิลป์ ) นอกจากนั้นยังได้ฝึกหัดระบำ ดาวดึงส์ ระบำพรหมมาสตร์ รำบทนางเมฆขลา ซึ่ง เป็นท่าที่สวยงามและยากลำบากมาก ต้องใช้เวลาฝึกหัดนานกว่าจะได้ดี

เมื่อครูผู้ฝึกสอนพิจารณาเห็นว่า ครูจำเรียง ฝึกหัด รำตีบท ใช้บท รำเดี่ยวและรำเป็นหมู่ ได้ดีแล้วจึงคัดเลือกให้แสดงละครเป็นเรื่อง โดยแสดงเป็นตัวนาง ซึ่งศิลปะการแสดงละครนอก ผู้แสดงต้องแสดงให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลินแบบ ละครชาวบ้าน โดยมุ่งการดำเนินเรื่อง มากกว่าลีลา ท่ารำ ด้วยเหตุที่นางสาวจำเรียง มีความ วิริยะ อุตสาหะ และได้รับการฝึกหัดตามกำหนดเวลา เป็น ประจำอย่างเคร่งครัด จึงสามารถทำให้จดจำ ท่า รำ จังหวะลีลาและท่าที อย่างแม่นยำจาก ครู ผู้สอนและจดจำอย่างไม่มีวันลืมนอก จากนั้นยังได้มีโอกาสได้รับการฝึก หัด นาฏศิลป์เพิ่มเติมที่บ้านเจ้าพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ ( ม.ร.ว. เย็น อิศร เสนา )                     โดย มีหม่อมครูต่วน ( นางศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก ) ครูแปลกและแม่ครูซึ่งเป็นผู้ฝึกสอน อีกด้วย นางสาวจำเรียง ย้ายเข้ามารับราชการในกรมศิลปากร ด้วยคำสั่งโอนโขน ละครหลวง จากกรมพิณพาทย์หลวง กระทรวงวังมาสังกัดกรมศิลปากร โดยประจำอยู่ที่โรงเรียนศิลปากร แผนกนาฏดุริยางค์ (วิทยาลัยนาฏศิลป์ในปัจจุบัน)                   ได้ รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นครูสอน วิชานาฏศิลป์ ละคร และเป็นทั้งศิลปินผู้แสดง ซึ่งใน การแสดง นาฏศิลป์ชุดต่างๆ นั้น ครูจำเรียง พุธประดับ จะได้รับคัดเลือกเป็นตัวนางอยู่คู่หน้า เสมอ เพราะ เหตุว่าเป็นผู้ที่จดจำ             ท่ารำ ได้แม่นยำมาก เช่น

  • ระบำดาวดึงส์
  • ระบำพรหมมาสตร์
  • ระบำย่องหงิด
  • ระบำสี่บท
  • ระบำ บษบาชมศาล

นอกจากนี้ ครูจำเรียง พุธประดับ ซึ่งแสดงเป็นนางเอกและตัวเอก ฝ่ายนางในการแสดง โขนละครหลายเรื่องเช่น

  • แสดงเป็นนางนารายณ์ใน การแสดงโขนชุดนารายณ์ ปราบนนทุก
  • แสดงเป็น พราหมณ์เกศสุริยงใน การแสดงละครนอกเรื่องสุวรรณหงส์ ตอนพราหมณ์ เล็กพราหมณ์ โต
  • แสดงเป็นนางจันทร์ใน การแสดงละคร เรื่องพระร่วง
  • แสดงเป็นนางรจนา ในการ แสดงละครนอกเรื่อง สังข์ทองตอนเลือกคู่
  • แสดงเป็นนางเบญจกายแปลง ( นางสีดา ) ในการแสดงโขนชุดนางลอย
  • แสดงเป็น นางพญาคำปิน ในการแสดงละครเรื่อง นาง พญาผานอง เป็นต้น

ซึ่งในการนี้ต้องศึกษา หาความรู้นาฏศิลป์เพิ่มเติม จึงได้มอบตัวเป็น ลูกศิษย์ของ หม่อมครูต่วน ( นางศุภลักษณ์ ภัทร นาวิก ) คุณหญิงเทศนัฏกานุรักษ์ คุณครู มัลลี คงประภัศร์ คุณครูลมุล ยมะคุปต์ คุณ ครู ผัน โมยากุล                 ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์ เสนี ( ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ) และ คุณ ครูเฉลย ศุขะวณิช ( ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการ แสดง ) 

ชีวิตรับราชการในกรมศิลปากรของครูจำเรียง พุธประดับ ตั้งแต่เริ่มต้นนั้น ได้ ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ตามลำดับดังนี้

  • พ.ศ. ๒๔๙๖ ดำรงตำแหน่งศิลปินตรี แผนกนาฏศิลป์ กองการสังคีต
  • พ.ศ. ๒๔๙๘ รักษาการใน ตำแหน่งหัวหน้าแผนกนาฏศิลป์ กองการสังคีต
  • พ. ศ . ๒๕๐๑ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกนาฏศิลป์ กองการสังคีต
  • พ.ศ. ๒๕๐๙ ดำรงตำแหน่งศิลปินเอก กองการสังคีต
  • พ.ศ. ๒๕๑๙ ดำรงตำแหน่งนาฏ ศิลปิน ๗ ( ชั้นพิเศษ ) กองการสังคีตและเป็นนาฏศิลปินคนแรกของกรมศิลปากรที่ได้ระดับ ๗ ซึ่งในระหว่างรับราชการนี้ นอกจากจะต้องเป็นผู้แสดงนาฏศิลป์แล้วยังต้อง ปฏิบัติหน้าที่ ควบคุมการแสดงเป็นหัวหน้าควบคุมข้าราช การศิลปินและนักเรียน ไปเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งในและต่างประเทศหลายครั้ง เช่น สหภาพพม่า สหราชอาณาจักรลาว เดนมาร์ก ญี่ปุ่น สหพันธ รัฐมาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งในการไปต่างประเทศ แต่ละครั้ง ได้มีโอกาสฝึกสอน วิชาให้ชาว ต่างประเทศนั้น ๆ รำไทย เช่น รำวง เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้เดินทางไปเผย แพร่ศิลปวัฒน ธรรมไทยตามภูมิภาคต่าง ๆ แทบทุกจังหวัด และ ได้แสดงในโอกาสถวายการต้อนรับ พระราชอาคันตุกะ และรับรองแขกของรัฐบาล รวมทั้งหน่วยงาน ราชการ องค์การ รัฐวิสาหกิจ และเอก ชนทั่วไป การสอนวิชานาฏศิลป์นั้นแตกต่างกับการสอนวิชา สามัญ เพราะผู้เรียนมิได้ใช้ตำรา อ่านแต่ผู้ เรียนจะต้องฝึกหัดจดจำเลียนแบบท่ารำ ตลอดจนลีลาท่าทีจากครูผู้สอน นางสาว จำเรียง เป็นครูสอนนาฏศิลป์ที่มีหลักยึดถือปฏิบัติ ตลอดมาคือ
  • เป็นผู้มีความสามารถ จด จำท่ารำได้แม่นยำและเชื่อมั่นตนเอง ไม่เปลี่ยนแปลงท่ารำบ่อย ๆ จนผู้เรียนเกิดความสับสน ต้องทำตนเป็น แม่แบบที่ดี มีความคล่องแคล่วว่องไว
  • ต้องพยายามปรับ ปรุงตนเอง ฝึกหัดท่ารำและท่วงทีลีลาให้ อยู่ในระดับมาตรฐานและถูกต้องในการวางอวัยวะต่าง ๆ
  • ไม่ปิดบังอำพรางวิชา มีความจริงใจและตั้งใจที่จะถ่ายทอด วิชาให้ศิษย์เต็มความสามารถ สอนอย่างไม่ปล่อยปละ ละเลย
  • ต้องให้การเรียนนาฏศิลป์เป็นการ เรียนด้วยความสนุกสนาน โดยการทำอารมณ์ของครู ให้แจ่มใสอยู่เสมอ ใจเย็นหนักแน่นและอดทน
  • ครูจำเรียง พุธประดับ เป็นผู้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นาฏศิลป์ไทยโดยการประดิษฐ์ท่ารำ การแสดงเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ ประดิษฐ์ท่ารำตามบทใน การแสดงละครและโขนชุดต่าง ๆ และประดิษฐ์ท่า รำชุด ระบำประทีปสุโขทัย เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังเป็นผู้ถ่ายทอดท่ารำแบบมาตรฐานและปรับปรุง ให้ เหมาะสมสอดคล้องกับการแสดงยุคปัจจุบัน เป็น แม่แบบและเป็นที่ปรึกษาในการบันทึกภาพท่า รำโครงการงานวิจัยดนตรีและนาฏศิลป์ของกรมศิลปากร อำนวยการฝึกซ้อมการแสดง งานประจำของ วิทยาลัยนาฏศิลป์ อำนวยการฝึกซ้อมงานแสดงงานประจำร่วมกับกองงานสังคีต ได้เคยเดินทางไปสอนนาฏศิลป์ ( ละครเรื่องมโนราห์ ) ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงใน งานครบร้อยปี ความสัมพันธ์ ไทย – ญี่ปุ่น นอกจาก นั้นยังได้รับโล่ห์กิตติคุณ จากสมเด็จพระ เทพ รัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาส เฉลิมฉลองพระชนม์พรรษาครบห้ารอบของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย

ครูจำเรียง พุธประดับ อายุครบเกษียณราชการเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๐ แต่ด้วยเหตุที่เป็นผู้ที่มีความรู้และมีฝีมือในการ แสดงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแสดงเป็นตัวนาง ยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียมได้ กรมศิลปากรจึงให้รับราชการต่อไปในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย ที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรมศิลปากร

ในการทำงานนั้น ครูจำเรียง พุธประดับ มีคติประจำใจคือ ” ปฏิบัติราชการงานอุทิศ สุจริตธรรม นำวิถี พรหมวิหารพูนเพิ่มเสริมความดี สมศักดิ์ศรีศิลปินแห่งศิลปเอย”

  • เกียรติยศที่ได้รับ

ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ( นาฏศิลป์ – ละคร ) ปี พ.ศ. ๒๕๓๑

ครูจำเรียง พุธประดับ เป็นศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย ของวิทยาลัย นาฏศิลป กรมศิลปากร              มีความสามารถรอบรู้ กระบวนการ งานนาฏศิลป์ การแสดงละครทุกประเภทเป็นหลัก และแม่ แบบ โดยเฉพาะตัวนาง เป็นผู้อนุรักษ์แบบ แผนการ แสดงนาฏศิลป์การละคร รวมทั้งสร้างสรรค์ และ ประดิษฐ์ผลงานการแสดงของวิทยาลัยหลายชุด เป็นผู้ ร่วมพิจารณา หลักสูตรสาขาวิชานาฏศิลป์ไทย และพัฒนาร่าง หลักสูตร รายวิชาตลอดจนสื่อการเรียนการสอน ระดับปริญญา เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและวิทยากรในวิชาศิลปะ นิพนธ์ นิเทศ การสอนวิชานาฏศิลป์ไทย ทั้งในวิทยาลัยนาฏ ศิลปส่วน กลางและส่วนภูมิภาค เป็นวิทยากรอบรม วิชานาฏศิลป์ แก่หน่วยงานทางราชการ รัฐวิสาหกิจและ องค์กร ภาคเอกชน เป็นศิลปินผู้แสดงดีเด่น เป็นหัว หน้าคณะไปแลกเปลี่ยนศิลปะวัฒนธรรมในต่างประเทศ เป็นผู้ที่เพียบพร้อมด้วยจริยธรรม และคุณ ธรรม อุทิศตนเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาในสาขาวิชานาฏศิลป์อย่างสม่ำเสมอมากว่า ๕๐ ปี ตลอดจน ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ศิษย์และบริการงานสังคมอย่างดียิ่ง จนเป็นที่ยอมรับในวงการนาฏดุริยางคศิลป์ ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน